เราคือใคร

ทำไมถึงมุ่งเน้นการใช้หมวกนิรภัยเป็นวิธีการแก้ปัญหาความปลอดภัยบนถนนสีขาว?

มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย มุ่งเน้นการใช้หมวกนิรภัยเป็นวิธีการหลักในการแก้ปัญหาความปลอดภัยบนถนนเพราะ: 1) ในประเทศกำลังพัฒนา รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลักซึ่งมีเป็นจำนวนมากบนถนนและเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุจราจรมากกว่ายานพาหนะอื่นๆ 2) สวมหมวกนิรภัยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดโอกาสของการเสียชีวิตถึง 42 เปอร์เซ็นต์ และลดการบาดเจ็บรุนแรงได้ถึง 69 เปอร์เซ็นต์ 3) หมวกนิรภัยสามารถผลิตได้ในประเทศ สร้างงานและสนับสนุนโครงการความปลอดภัยบนถนน 4) หมวกนิรภัยจับต้องได้ การบังคับใช้สามารถทำได้ง่าย และอัตราการสวมหมวกสามารถนับเป็นตัวเลขได้ง่าย ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์และการเงิน

หมวกนิรภัยที่มีคุณภาพคืออะไร?

คุณลักษณะที่สำคัญของหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพคือ เส้นใย อีพีเอส ภายใน เป็นเพราะว่าเส้นใยจะช่วยลดความสะเทือนจากการกระแทกกับพื้น ลดสภาวะช็อคและปกป้องสมอง เมื่อตรวจสอบภายในหมวกนิรภัย จะพบวัสดุสีขาวซึ่งมีลักษณะแข็งจนนิ้วของเราไม่สามารถเจาะทะลุได้ ถ้าหากเป็นวัสดุอ่อนจนนิ้วสามารถทำให้เป็นรอยบุ๋มได้ หมายความว่าไม่มีความปลอดภัยอย่างเห็นได้ชัด เปลือกนอกที่แข็งปกป้องสมองของเราจาการถูกแทงโดยวัตถุแหลมคม และสายรัดคางที่พอดีแนบไปกับคางห่อหุ้มหูทั้งสองข้างยิ่งจะสร้างความมั่นใจได้ว่าหมวกนิรภัยวางอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องบนศีรษะของผู้สวมใส่

ใครควรสวมหมวกนิรภัย และในเวลาใด?

ทุกคน ไม่ว่าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กที่นั่งรถสองล้อหรือสามล้อ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถจักรยาน ล้วนต้องสวมหมวกนิรภัย ผู้โดยสารทุกคนและผู้ขับขี่ซึ่งอายุมากกว่า 6 เดือนควรสวมหมวกนิรภัยเพื่อปกป้องศีรษะจากการบาดเจ็บทางสมองและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน การใช้หมวกนิรภัยเป็นสิ่งสำคัญไม่ควรขึ้นอยู่กับเวลาระหว่างวัน หรือความหนาแน่นของการจราจร หรือแม้แต่ความเร็วของยานพาหนะหรือความยาวของระยะทาง

ทำไมถึงมุ่งไปยังการให้การศึกษาด้านความปลอดภัยบนถนนเพื่อสร้างความตระหนักต่อสาธารณะ?

ผลการศึกษามากมายแสดงให้เห็นว่า อุบัติเหตุบนถนนส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ใส่ใจของคนขับ เมื่อมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้นี้ รวมทั้งมีการไฮไลต์ผลที่ตามมาจากการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยบนถนนที่ถูกต้อง นับเป็นการประกาศมูลเหตุหลักข้อหนึ่งของอัตราการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน นอกจากนี้ การรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณะ สามารถเข้าถึงมวลชนจำนวนมากโดยผ่านสื่อต่างๆ อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณานอกอาคารและการจัดกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ทำไมทำโครงการกับโรงเรียน?

เด็กๆ เป็นอนาคตของทุกสังคม ในประเทศกำลังพัฒนา เด็กๆ เป็นประชากรขนาดใหญ่ โดยการมุ่งเน้นทำโครงการกับกลุ่มเป้าหมายนี้ เราจะสร้างผลกระทบที่ดีน่าประทับใจในส่วนของสังคมที่มีพลัง การให้การศึกษาแก่เยาวชนเป็นวิธีการปรับพฤติกรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และการปลูกฝังนิสัยการสวมหมวกนิรภัยลงในบรรทัดฐานของสังคม ระบบโรงเรียนเป็นระบบที่สร้างการสื่อสารปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง รัฐบาล ตำรวจท้องที่ และข้าราชการ ซึ่งรับรองได้ว่าโครงการของมูลนิธิฯ เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนที่มีส่วนในการบังคับใช้หมวกนิรภัยและการปรับพฤติกรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

มูลนิธิฯ วัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการอย่างไร?

มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย จ้างสถาบันวิจัยอิสระให้ทำการศึกษาวิจัยก่อนและหลังทำโครงการ ซึ่งทำให้มูลนิธิฯ สามารถกำหนดระดับฐานตัวชี้วัดและอัตราการรับรู้ต่างๆ และสามารถวัดประสิทธิผลของโครงการเปรียบเทียบกับระดับฐาน เราทำรายงานโดยใช้ตัวเลขข้อมูลที่ค้นพบและแบ่งปันรายงานกับผู้ให้การสนับสนุนรวมทั้งภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน

อะไรคือเป้าหมายของมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย?

เป้าหมายของเราคือ หยุดการเพิ่มจำนวนคนเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการใช้วิธีการแก้ไขใน 3 ด้าน:

  • ทำให้สามารถเข้าถึงหมวกนิรภัยที่ได้คุณภาพและราคาไม่แพง
  • สร้างความตระหนักต่อสาธารณะและทำโครงการให้การศึกษา
  • สนับสนุนนโยบายและให้ข้อมูลแก่ภาครัฐเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยบนถนน

ทำไมไม่เน้นเรื่องโรคเอดส์หรือสาเหตุการตายอื่นๆ?

ความสนใจของโลกมุ่งไปยังหลายสาเหตุการตายอื่นๆ แต่จากการเปรียบเทียบแล้ว มีความพยายามเล็กน้อยที่มุ่งไปยังการลดอุบัติเหตุบนถนน ในขณะที่ความสามารถในการรักษาชีวิตเป็นเรื่องที่ต้องทำทันทีและอย่างรวดเร็ว โดยการใช้พลังทุ่มเทด้านที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างเช่น โครงการด้านการศึกษา และการบริจาคหมวกนิรภัย ซึ่งจะทำให้เราสร้างความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด ยิ่งไปกว่านี้ ผลกระทบจากโรคเอดส์ส่งผลต่อกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในเอเชีย แต่การตายบนท้องถนนเป็นปัญหาสากลก็ไม่ควรถูกแบ่งแยก และยังเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ง่ายอีกด้วย

มันจะได้ผลหรือไม่?

ในประเทศเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วกำลังเริ่มต้น เรามีโอกาสอย่างแท้จริงที่จะวางรากฐานในการช่วยรักษาชีวิตเป็นพันเป็นหมื่นคนในช่วงชีวิตอันสั้นของมนุษย์ หลายสิบปีที่ผ่านมา มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียได้ก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยบนถนนในเวียดนาม การริเริ่มพัฒนาเหล่านี้ ได้รับการมองเห็นจากทุกระดับ รัฐบาลเวียดนาม ซึ่งได้แรงหนุนจากความสนใจด้านความปลอดภัยทางถนนจากทั่วโลก กำลังเร่งทำเรื่องความปลอดภัยทางถนนอย่างแข็งขัน ดังจะเห็นหลักฐานจากการแก้ไขมาตรฐานหมวกนิรภัย การรับเอาหลักสูตรด้านความปลอดภัยทางถนนของมูลนิธิฯ ผนวกเข้าไปในการศึกษา และการบังคับใช้กฎหมายหมวกนิรภัยกับประชาชนของเวียดนามทุกคน ในเรื่องนี้ มูลนิธิฯ เป็นผู้ผลักดันหลัก และทำให้เกิดขึ้นจริงในปี 2550 ถึงแม้ว่าความก้าวหน้ามีมากมาย แต่ยังมีหนทางอีกยาวไกล ด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร และบริษัทเอกชนต่างๆ มูลนิธิฯ จึงจะสามารถเพิ่มความช่วยเหลือเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมแห่งความปลอดภัยแก่ทุกชีวิตได้จริง

 


RSS feed Facebook