ข่าวสาร

ประวัติโดยย่อของมูลนิธิฯ

สนับสนุนผู้ใช้ถนนอย่างฉลาดและปลอดภัยทั่วโลก

มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (มูลนิธิ เอไอพี) เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร มุ่งมั่นให้การศึกษาแก่ภาครัฐและภาคเอกชนและจัดหาแหล่งทุนเพื่อทำถนนให้ปลอดภัยในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกา แอฟริกาใต้ลาตินอเมริกา นายเกรก คราฟท์ ได้ก่อตั้งองค์กรเมื่อปี 2542 ในเมืองฮานอย และได้จดทะเบียนตามข้อบัญญัติในประเทศอเมริกา เลขที่ 501 (c) (3) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงฮานอย และโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม และมีสำนักงานสาขาในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

การสร้างความเปลี่ยนแปลง : โครงการของมูลนิธิฯ

หมวกนิรภัยโพรเทค : (ก่อนหน้านี้ ชื่อว่า บริษัทผลิตอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของเวียดนาม ‘VSPEC’): มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย เป็นเจ้าของบริษัทผลิตหมวกนิรภัย “เขตร้อน” โรงงานประกอบหมวกนิรภัยโพรเทค ตั้งอยู่นอกเมืองฮานอย ผลิตหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพราคาไม่แพง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์สภาพภูมิประเทศและวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการใช้งานหมวกนิรภัยที่เหมาะสม บริษัทจ้างคนงานทุพพลภาพและกำไรทุกบาททุกสตางค์คืนกลับไปยังการทำโครงการของมูลนิธิฯ โรงงานถูกสร้างขึ้นภายในวงเงิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยเงินบริจาคจ้างคนงานกว่า 100 คน โรงงานโพรเทคมี จุดแสดงผลิตภัณฑ์ทั้งในฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ และเครือข่ายทั่วโลกหรือผู้ค้าปลีก

การสนับสนุนด้านนโยบาย : มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ได้พัฒนาความสัมพันธ์อันดีและทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมของเวียดนาม คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนามาตรฐานหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพ รวมถึงได้ผลักดันมาตรฐานหมวกนิรภัยสำหรับเด็กเป็นครั้งแรกของโลก มาตรฐานหมายเลข TCVN 6979 – 2001 มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียเป็นโต้โผหลักในการผลักดันให้เกิด กฎบังคับใช้หมวกนิรภัยในประเทศเวียดนาม พระราชบัญญัติเลขที่ 32/CP, ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อมาในปี 2550

ความพยายามครั้งนี้ รวมถึงโครงการ การประชุมระดับสากล เรื่อง หมวกนิรภัยสากล ในฮานอย ในเดือนธันวาคม 2549 ข้อสรุปและข้อแนะนำจากการประชุมเป็นรากฐานในการออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการสวมหมวกนิรภัยเลขที่ 32/CP มูลนิธิฯ ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องความปลอดภัยบนถนนแห่งชาติ และได้เข้าร่วมในการประชุมของสหประชาชาติ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และองค์กรภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนสากล เพื่อรณรงค์เรื่องการทำถนนปลอดภัย องค์กรอนามัยโลก และภาคีอื่นๆ

โครงการเดินทางปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยมาโรงเรียน : มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ริเริ่มโครงการซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิ ด้วยการบริจาคหมวกนิรภัยพร้อมการอบรมให้การศึกษาด้านถนนปลอดภัย ซึ่งบริษัทผู้บริจาคสามารถอุปถัมภ์โรงเรียนด้วยการบริจาคหมวกโพรเทคและให้ความรู้แก่เด็กๆ โครงการประกอบด้วย การสืบสวนหากนักเรียนเกิดอุบัติเหตุ การเฝ้าดูแลติดตามผลโครงการ การอบรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ มูลนิธิฯ ผ่านโครงการนี้ ได้บริจาคหมวกไปกว่า 500,000 ใบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะขยายโครงการออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ในเร็วๆ นี้

การพัฒนาหลักสูตรเพื่อความปลอดภัยทางถนน : ในระหว่างปี 2554 และ 2546 มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงต่างๆ ในประเทศเวียดนาม เพื่อพัฒนาและทดลองใช้หลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในโรงเรียนทั่วประเทศ เอกสารการเรียนการสอน ยังคงใช้อยู่และกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางถนนของประเทศเวียดนาม ต่างจากการสอนแบบเก่าๆในประเทศเวียดนาม หลักสูตรของมูลนิธิฯ เป็นหลักสูตรที่มีปฏิสัมพันธ์สองทาง และต้องมีส่วนร่วมโดยนักเรียน ซึ่งรวมอยู่ในโครงการถนนปลอดภัยไปโรงเรียน ใช้เวลา 6 สัปดาห์ในการใช้บทเรียนความปลอดภัยทางถนน ซึ่งส่งเสริมและทำให้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยและความไม่ปลอดภัยของเด็กเป็นรูปธรรม ให้นักเรียนได้เรียนรู้ สัญญาณการจราจร สัญญาณไฟจราจร และการใช้ทางม้าลาย ไปด้วยกันกับกฎจราจร และความปลอดภัยของคนเดินเท้า หรือคนขี่จักรยาน

การพัฒนาหลักสูตร E-Learning : มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียกำลังพัฒนาซอฟท์แวร์การศึกษาด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อใช้ในห้องเรียน หลักสูตรอิเล็กทรอนิกส์แม้จะไม่ใช่สภาพการณ์จริงในเรื่องความปลอดภัยในการจราจรสำหรับเด็ก แต่สามารถช่วยให้เด็กสามารถตัดสินใจและเรียนรู้พฤติกรรมความปลอดภัยได้

โครงการถนนปลอดภัยไปโรงเรียน : มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียได้ทำงานร่วมกับภาครัฐในหลายๆ กระทรวงเพื่อพัฒนาโครงการเพื่อความปลอดภัยภายในโรงเรียน ซึ่งมีการทำทางข้าม ลูกระนาด สัญญาณไฟจราจร ฯลฯ ในโรงเรียนที่เป็นพื้นที่เสี่ยง มูลนิธิฯ มีวิศวกรที่จะเข้าไปสำรวจโรงเรียนระดับประถมศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและทำข้อแนะนำด้านวิศวกรรมเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้สนามหน้าโรงเรียนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนสะท้อนถึงการให้การศึกษาด้านความปลอดภัยเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ โครงการถนนปลอดภัยไปโรงเรียนนี้ รวมไปถึงหลักสูตรการเรียนเรื่องความปลอดภัยซึ่งพัฒนาโดยมูลนิธิฯ กิจกรรมนอกห้องเรียนตลอดปีการศึกษา เพื่อผลักดันให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามหลักสูตร

การสร้างความตระหนักต่อสาธารณชน : โครงการสร้างความตระหนักของ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย เป็นการให้การศึกษาในรูปการรณรงค์ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังปัญหาด้านการไม่สวมหมวกนิรภัยและพฤติกรรมการใช้ถนนให้ปลอดภัย ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มพันธมิตรการสวมหมวกนิรภัยแห่งเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเอกชน เอ็นจีโอ และหน่วยงานระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ร่วมมือกันรณรงค์สร้างความตระหนักด้านการเดินทางปลอดภัย มูลนิธิฯ เปิดตัวโครงการ PAC I ในต้นปี 2550 การรณรงค์ครั้งแรกเป็นการบรรยายภาพของความทรุดโทรม ถึงแม้จะไม่ตาย แต่เป็นผลจากการได้รับอุบัติเหตุจากการจราจร โดยมีรายงานว่าภาพลักษณ์และข้อมูลจากโครงการรณรงค์ PAC I ทำให้นายกรัฐมนตรีเริ่มเคลื่อนนโยบายทางการเมือง และนำไปสู่การทำให้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยมีผลบังคับใช้ภายในปลายปี 2550

โครงการ PAC II, เปิดตัวในปี 2551 โดยใช้ผู้มีชื่อเสียงเป็นทูตแห่งความปลอดภัย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเปลี่ยนทัศนคติต่อการสวมหมวกนิรภัย เป็นการส่งสารด้านคุณภาพของหมวกนิรภัยผ่านคุณค่าที่ว่า “เพื่อปกป้องและคุ้มครองชีวิต” การรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ พิสูจน์ความเชื่อผิดๆ แสดงให้เห็นว่าหมวกนิรภัยไม่ได้เป็นอันตรายกับกระดูกสันหลังของเด็ก กระทรวงต่างๆ ในภาครัฐจึงนำเสนอการปรับเปลี่ยนกฎหมาย จำเพาะลงไปถึงการปรับผู้ขับมอเตอร์ไซค์หรือผู้ซ้อนท้ายอายุระหว่าง 0-14 ปีที่ไม่สวมหมวกนิรภัย

โครงการถนนเส้นนี้ปลอดภัยสำหรับหนู : มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศเวียดนามของ องค์กรเด็กปลอดภัยสากล ในการดำเนินโครงการ ถนนเส้นนี้ปลอดภัยสำหรับหนู ซึ่งเป็นโครงการความปลอดภัยของผู้เดินเท้า ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เฟ็ดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ในเดือนธันวาคม 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น และให้กำลังใจหรือจุดประกายแก่เด็กๆ คุณครู และผู้ปกครองรวมทั้งชุมชน ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เดินเท้า ให้มีความรู้และการฝึกปฏิบัติเป็นนิสัยแห่งความปลอดภัย ด้วยองค์รวมของสามองค์ประกอบ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม การให้การศึกษาแก่ผู้เดินเท้าเรื่องความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกับการมีส่วนร่วมขององค์กรบริหารส่วนตำบล โดยมีอาสาสมัครจากเฟ็ดเอ็กซ์ โครงการนี้ช่วยให้เกิดความยั่งยืน มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยแก่นักเรียน คุณครูและผู้ปกครองในช่วงเวลาเดินทางเท้าไปโรงเรียนหรือกลับบ้าน

 


RSS feed Facebook